พาเที่ยวดอยตุง ผาหมี “Deep in Chiang rai”

หลายครั้งที่เราไปเที่ยวเพื่อที่จะถ่ายรูปลงไอจี หลายครั้งที่เราไปเที่ยวโดยไม่รู้ว่าสถานที่นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และหลายครั้งที่เราเที่ยวแบบตาม ๆ เขาไป แต่ทริปนี้เราจะไม่ทำแบบนั้น เราจะพาไป Deep in เชียงรายกัน ตามมา …

น่าแปลกสำหรับเราเหมือนกันนะ ที่จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่เที่ยวเท่าไหร่ก็เที่ยวไม่ครบสักที มีที่เช็คอินใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ เราอาจจะไปเที่ยวในสถานที่ใหม่ ๆ แต่ก็จะไม่ละเลยที่จะซ้ำที่เก่าด้วย เพราะบางที่เราไม่ได้ไปเป็นสิบ ๆ ปี อาจจะทำให้สถานที่นั่น กลายเป็นที่ใหม่ของเราก็ได้

การเดินทางครั้งนี้เราให้ Local Alike ช่วยออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้ ซึ่งในส่วนของจังหวัดเชียงรายก็มีอยู่หลายรูทให้เลือก และมีไกด์ประจำท้องถิ่นพาเที่ยวด้วย ที่สำคัญไม่ต้องกลัวหลงโดยสามารถจองโปรแกรมท่องเที่ยวได้เลย ผ่านเว็บไซต์ ( http://www.Localalike.com )

MZG_5336

เมื่อถึงเชียงราย สิ่งแรกที่เราเลือกทำคือหาของกินสิคะ เป็นที่แน่นอนว่าเราจะไม่กินอะไรที่ธรรมดาแน่ ๆ เพราะ Concept Deep in ที่ค้ำคอเราอยู่กันมาตั้งแต่ที่บ้าน ทำให้เราต้องมาถึงหมู่บ้านอาข่าป่ากล้วย ตั้งอยู่บริเวณดอยตุงและยังมีชนเผ่าอาข่าอาศัยอยู่ เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่เพิ่งจะเปิดรับนักท่องเที่ยว (ติดต่อผ่าน Local Alike เท่านั้น)

เดินเข้ามาในหมู่บ้านได้หน่อยหนึ่ง ก็จะเจอบ้านที่ทำขันโตกฉบับชนเผ่าอาข่า ที่เราจะได้ลิ้มรสชาติกัน โดยจะมีชาวเผ่าอาข่าสวมชุดประจาเผ่าออกมาต้อนรับและเปิดบ้านให้เราอย่างเป็นกันเอง Deep in สุด

MZG_5329

นี่คือหน้าตาของ ขันโตกฉบับชนเผ่าอาข่า แบบต้นตำหรับ มีหมูหมักซอสอยู่ตรงกลาง โดยกินกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของชนเผ่าอาข่า ต้มซุปไก่ และลาบหมูดอย โดยเวลากินจะใช้ตะเกียบคีบ และกินกับข้าวเหนียวร้อน ๆ ที่ห่อมากับใบตอง ฟิน ๆ กันไปมื้อแรก

MZG_5331

MZG_5325

เกือบลืม! สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่เราจะกินอะไรก็แล้วแต่ เขาจะเทเหล้าสมุนไพรทำเอง ใส่แก้วเล็ก ๆ และให้เราดื่มก่อน เพราะที่นี่ถือเป็นธรรมเนียม เวลาที่แขกมาบ้านเขาจะต้อนรับเราด้วย เหล้า 1 เป็ก กระดกกันไปตามระเบียบ ร้อนวูบบบวาบบบบเลยทีเดียว เราโดนไปเป็กเดียวก็พอแล้วจ้ะ เพราะว่าแรงใช่เล่น เดี๋ยวจะติดลมไปเที่ยวที่อื่นต่อไม่ได้

ในระหว่างที่ทานอยู่นั้น เราก็ได้พบกับเจ้าของบ้านอายุราว 60-70 ที่ออกมาต้อนรับ ที่นี่จะเรียกว่าคุณลุง ว่า อาบ๊อ เป็นภาษาของชนเผ่าอาข่า และมีโอกาสได้ฟังประสบการณ์ของอาบ๊อที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ฟังจากที่ไหน

อาบ๊อเล่าว่าสถานที่แห่งนี้สมัยก่อนนั้นเป็นภูเขาหัวโล้น ชนเผ่าอาข่าสมัยก่อนปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ รวมถึงอาบ๊อเองด้วย ก็ทั้งปลูก ทั้งขาย ทั้งติดเอง จนมีความเปลี่ยนแปลงเข้ามา ทำให้อาบ๊อเลิกอาชีพปลูกฝิ่น และเข้ารับการบำบัดรักษาการติดฝิ่น และความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ ก็คือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ได้เข้ามาสร้างโครงการพัฒนาดอยตุง ปลูกป่าและสร้างอาชีพ ทำให้อาบ๋อมีชีวิตที่ดีขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้นอาบ๋อเองก็เคยเข้ารับเสด็จสมเด็จย่าด้วย

หากใครมาทานขันโตกฉบับชนเผ่าอาข่าที่นี่ อย่าลืม ถามหาอาบ๊อ เพื่อที่จะได้รับฟังประสบการณ์แบบ Deep in จริง ๆ ล่ะ เพราะมีเรื่องราวอีกมากมายยที่ถ้าได้ฟังจากปากอาบ๊อเองน่าจะสนุกกว่า

MZG_5358

หลังจากกินขันโตกฉบับชนเผ่าอาข่ากันเสร็จ และร่ำลาอาบ๊อเป็นที่เรียบร้อย เดินมานิด จะเป็นร้านรวงขายของแฮนด์เมดของชาวบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นที่ถูกใจของสาว ๆ ขาช้อปทั้งหลาย

dolls
ตุ๊กตาแฮนด์เมดสวมชุดชนเผ่าอาข่า

หลังจากนั้น ด้วยความที่ยังอินอยู่กับสิ่งที่อาบ๊อเล่าเรื่องราวของสมเด็จย่า เราจึงกำลังมุ่งหน้าสู่หอแห่งแรงบันดาลใจ และพระตำหนักดอยตุง ที่นั่นจะได้ชมพระราชประวัติของราชสกุลมหิดลและสมเด็จย่า รวมทั้งเรื่องราวของดอยตุงในอดีตนำไปสู่การแก้ปัญหาเขาหัวโล้น จุดเริ่มต้นขอองโครงการพัฒนาดยตุงฯ ซึ่งสมเด็จย่าทรงริเริ่มขึ้นเมื่อพระชนมายุ 87 พรรษา โดยทรงนำศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาจนพลิกฟื้นเขาหัวโล้นให้กลายเป็นป่าที่สมบูรณ์

MZG_5410

MZG_5408

ภายในหอแห่งแรงบันดาลใจ จะถูกแบ่งเป็น 7 ห้อง แต่ละห้องล้วนร้อยเรียงเรื่องราวของราชสกุลมหิดล พระราชประวัติของสมเด็จย่า แนวทางการอภิบาลพระโอรส พระธิดาเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ตลอดจนการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อคนไทยผ่านโครงการในพระราชดำริกว่าสี่พันโครงการ และแนวคิด “แม่เรียนจากลูก ลูกเรียนจากแม่” ซึ่งสมเด็จย่าได้นำแนวทางการทรงงานของในหลวงรัชการที่ 9 มาแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนบนดอยตุง

MZG_5392

ของใช้ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ ๙ กล้องถ่ายรูป สิ่งที่พระองค์ทรงพกติดตัวไว้ตลอด และตัวอย่างที่เห็นว่าพระองค์ทรงใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและประหยัด เพราะสมเด็จย่าทรงสอนให้รู้จักใช้ รู้จักประหยัด

MZG_5396

ออกมาจากหอแห่งแรงบันดาลใจ เราก็เดินทางไปชมสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ) ที่นี่เป็นสถานที่ขึ้นชื่ออีกที่หนึ่ง ที่ใครมาเชียงรายก็ต้องนึกถึงที่นี่เป็นที่แรก นักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเที่ยว อาจจะมองแค่ว่าเป็นสวนดอกไม้ ที่มีดอกไม้สวย ๆ จากหลายมุมของโลกมาจัดให้สวยงามอยู่ที่นี่ แต่หลายคนรวมถึงเด็กๆรุ่นใหม่ อาจจะยังไม่ทราบถึงประวัติของดอยตุง เราจะ Deep in ให้ฟัง

MZG_5467

MZG_5473

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ทรงมีพระราชดาริให้สร้างโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น เนื่องจากทรงเล็งเห็นว่า บนเนื้อที่ดอยตุงในอดีตนั้นเป็นใจกลางสามเหลี่ยมทองคำ เป็นแหล่งปลูกพืชเสพติด 29 หมู่บ้าน รวม 6 ชนเผ่าต่างประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวเองด้วยการปลูกพืชเสพติด ธรรมชาติถูกทำลายจากการถางป่า และทรงเล็งเห็นอีกว่า ปัญหาที่แท้จริงของที่นี่ คือความยากจน และขาดโอกาส จึงมีพระราชดาริ ให้นำพื้นป่ากลับคืนสู่ดอยตุง จึงให้ทำเกษตร และสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านจากภูเขาหัวโล้นก็กลายเป็น พื้นป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

MZG_5523

พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว เราจะไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่ ดอยช้างมูบ ซึ่งไม่ห่างจากที่นี่มาก และติดกับชายแดนประเทศเมียนมา

MZG_5491

MZG_5509

MZG_5495

หมดวันไปพร้อมกับการดูพระอาทิตย์ตกแบบนี้ เหมือนได้เติมพลังจากธรรมชาติ

สำหรับที่พักของเราคืนนี้ เราพักที่ ดอยตุงลอดจ์ ซึ่งอยู่ในดอยตุงเลย หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าบนดอยตุง ก็มีที่พัก และขนาดห้องกว้างขวาง และตกแต่งได้อบอุ่นน่านอนมาก

ตื่นเช้าวันที่ 2 วันนี้จะลองทากิจกรรมที่สนุกๆดูบ้าง แต่ก็ยังคง Concept Deep in อยู่ เราจะพาไปชมไร่กาแฟอาราบิก้าบนดอยตุงกัน แต่คงไม่ใช่การเดินชมแบบธรรมดา เราจะไปเดินชมกันบนยอดไม้ ที่ระดับ 1200 เมตรจากน้ำทะเล

ทำไมถึงเป็นไร่กาแฟนะหรอ ? เขาเล่าว่ากาแฟถ้าปลูกบนที่สูงจะได้ผลผลิตที่ดี อีกทั้งกาแฟก็เป็นพืชเศรษฐกิจที่สมเด็จย่าให้ชาวบ้านนำมาปลูกแทนฟิ่น

MZG_5569

ถึงแล้ว Tree Top Walk เป็นกิจกรรมที่น่าสนุกตรงที่มันต้องขึ้นไปเดินบนที่สูงระดับยอดไม้ แถมอากาศดีและร่มรื่นเพราะต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุม แต่เพราะความสูงจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และมันไม่ได้แค่เดินเฉยๆนะสิ่ มันจะโยกเย้ก โยกเย้ก ไปตามจังหวะที่เราเดิน

MZG_5560

MZG_5553

แต่ไม่ต้องห่วงที่นี่มีเซฟตี้ ให้เราจับห่วงเหล็กเดินไปตลอดทาง นอกจากเดินบนที่สูงแล้ว บางช่วงยังเดินบนกระดานไม้เพียงแค่ 2 แผ่น วู้วววเพิ่มความน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีก

เดินไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนที่กลัวความสูงก็ต้องเตรียมใจนิดนึงน่ะจ้ะ

หลังจากใช้เวลาเดินบน Tree Top อยากจะหาที่นั่งพักให้หายเหนื่อยกันหน่อย เลยเดินตามกินกาแฟหอมหอมที่ลอยมาตามลม ในดอยตุงมีซุ้มกาแฟเล็กๆ ตกแต่งแบบเรียบง่ายที่สำคัญไอ้เมล็ดกาแฟที่เขาคั่วหอมๆนี่แหละ ก็มาจากไอ้ต้นกาแฟอาราบิก้าที่เราเดินชมบน tree top เมื้อกี้ยังไงล่ะ

MZG_5600

MZG_5589

MZG_5590

พักเหนื่อยแล้วก็ไปต่อกันค่ะ สถานที่ต่อไปเป็นที่ที่คนยังไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่นัก เพราะชุมชนนี้เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามา รายละเอียดเรื่องการมา อยากแนะนำให้ไกด์ท้องถิ่นเป็นคนพาเข้ามาจะสะดวกที่สุด โดยติดต่อผ่าน เว็บไซต์ของ Local Alike

ดอยผาหมี ตรงนี้เป็นหมู่บ้านของชนเผ่าอาข่า โดยหากใครจะมากางเต้นท์นอนที่นี่ชมวิว ที่นี่ก็ได้แต่แนะนำให้มาช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะจะมีหมอกให้เห็น ได้ถ่ายรูปฟินๆ กันไปเลย

แต่หากมาหน้าร้อนแม้จะไม่เห็นหมอก ก็ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ได้เล่นกัน ชิงช้าชนเผ่าอาข่า เป็นซิกเนเจอร์ที่ใครมาถึงและไม่ได้ลองเล่นก็ถือว่ามาไม่ถึงผาหมีน่ะจ๊ะ

MZG_5642

MZG_5636

MZG_5628

ชิงช้า เผ่าอาข่าจริงๆแล้วไม่ได้สร้างมาเพื่อความสนุกๆเท่านั้นนะ มันมีความ Deep in ในตัวเองเหมือนกัน ลองสังเกตสิ่ว่าความสูงของมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้เสียวเล่นเฉยๆ แต่ในสมัยก่อนชนเผ่าอาข่ามักจะสร้างชิงช้าแบบนี้บริเวณที่สูงตรงช่องว่างระหว่างภูเขา เพื่อที่เขาจะโล้ขึ้นไปดูผลผลิต ที่อยู่ระหว่างช่องเขา เวลามองจากที่ราบ ๆ จะไม่สามารถมองเห็น

สำหรับมื้อกลางวัน เรายังคงฝากท้องกันที่ดอยผาหมี และยังคงเป็นขันโตกชนเผ่าอาข่าอยู่

MZG_5666

ระหว่างนั่งกินข้าวกันไปด้วยความก็ถามเขาว่า ทำไมชื่อ ดอยผาหมี แถวนี้มีหมีหรอ ? ก็ได้คำตอบว่า 1 . สมัยก่อนที่นี่หมีอยู่แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว กับ 2. ภูเขามีรูปทรงคล้ายหมี

จากนั้นก็ไปที่ร้านกาแฟชื่อดอยผาหมี ที่ห่างจากจุดที่เรากินข้าวไม่มาก เป็นร้านกาแฟที่เขาบอกว่าจะเห็นวิวของภูเขาและมองเห็นรูปทรงของภูเขาชัดที่สุด ไหนดูสิ่ว่าจะเหมือนหมีจริงไหม

MZG_5688

MZG_5692

MZG_5704

จากจุดนี้เรา จะมองเห็นภูเขาทั้งลูก ที่ต้องใช้จินตนาการมองให้เป็นรูปหมีที่กาลังนอนอยู่ด้วย ไม่ใช่หมียืน หมีนั่งนะจ๊ะ ต้องหมีนอนเท่านั้น !!!

ก่อนจะขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ ยังพอเหลือเวลานิดหน่อย จึงขอแวะสวรรค์ซักแปปนึง

MZG_5732

สวรรค์จริงๆ ไม่ได้หลอก ที่นี่ชื่อ สวรรค์บนดิน เป็นบ้านหลังเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแปลงผักและพืชผักสมุนไพร แต่เนื่องจากเรามาถึงก็ใกล้มืดแล้วจึงไม่ได้เดินไปชมสวน แต่มานั่งดื่มเมนูชาแล้วนั่งมองบาริสต้าทำงานดีกว่า ( ฮ่า ) จริงๆบาริสต้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นเจ้าของฟาร์มนี่แหละ ค่ะ ที่นี่เป็นฟาร์มเล็กๆ เขาจึงทำกันเองทุกอย่าง ดูแล้วเป็นธุรกิจที่อบอุ่นดี

ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องชาสมุนไพรไทย ชาอัญชัน ชาเก็กฮวย แต่ที่ต้องไม่พลาดเลย คือ อัญชันลาเต้ เธอเอ้ยยย มันหอม หวานนน นุ่ม มันละมุนลิ้นมาก ในใจนี่คิดว่า ดีแล้วเน้ออที่สวรรค์บนดินอยู่เชียงราย ไม่ได้อยู่กรุงเทพ ไม่งั้นคงหาเรื่องมาซื้อกินทุกวันแน่ ๆ

อยากให้สังเกตแก้วนิดหนึ่ง ทุกใบจะมีลักษณะไม่เหมือนกันนะ เพราะเจ้าของฟาร์มเขาปั้นเซรามิกพวกนี้เองกับมือ จะมีเล็กบ้างใหญ่บ้าง อ้วนบ้าง แถมถ้าใครอยากเรียนปั้นเซรามิก ก็ติดต่อมาเรียนได้ ที่นี่เขาก็เปิดสอน นักท่องเที่ยวหลายคนที่มาอยู่ที่นี่ มาเชียงรายแต่ไม่ไปไหนเลย อยู่ปั้นเซรามิกเป็นอาทิตย์เลยก็มี เห็นแล้วอยากจะลงเรียนซักคอร์ส

การที่ได้มา Deep in เชียงรายครั้งนี้ เราสัมผัสเชียงรายได้ลึกพอสมควร ชิมขันโตกฉบับชนเผ่าอาข่า เรียนรู้ประวัติสมเด็จย่าและรับแรงบันดาลใจ จากหอแห่งแรงบันดาลใจ รู้ที่มาของดอยตุง ได้เล่นสนุกไปกับชิงช้าเผ่าอาข่าที่หาไม่ได้จากที่ไหน 2 วัน 1 คืน เราดีใจได้รู้จักเชียงรายมากขึ้น ดีใจที่ชุมชนเผ่าอาข่ายินดีและเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้เราได้สัมผัสเรียนรู้วิถีชีวิตของเขา จากชุมชนที่ไม่มีใครรู้จัก ต่อไปอาจจะสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวแบบเรา ๆ

ขอบคุณ Local Alike ที่ออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวให้ถูกใจมาก สำหรับรีวิวหน้าเราจะไป Deep in ที่จังหวัดไหน อย่าลืมติดตามนะคะ

MZG_5624

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s