Buengkan : Tales from the Northeast

นั่งรถไฟไปหนองคาย เพื่อออกเดินทางพิชิตเป้าหมายหลัก จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย “บึงกาฬ” ดินแดนศิวิไลซ์ของธรรมชาติและวัฒนธรรม พบกับมุมถ่ายภาพระดับโลกที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ที่ไหน พร้อมเรื่องราวของมิตรภาพสุดประทับใจตลอดการเดินทาง

บึงกาฬ : เรื่องเล่าจากอีสาน ความหอมหวานของมิตรภาพ

Cover 2

เราเลือกเดินทางด้วยรถไฟสายอีสานมรรคา หัวลำโพง – หนองคาย เป็นขบวนใหม่ตู้นอนสะดวกสบาย เราเดินทางด้วยกันทั้งหมด 4 คน และมีสองคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที เราชอบนะที่จะได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ ในทุกการเดินทาง มันทำให้เราสนุกและแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา

ALP_9500

ออกเดินทางจากหัวลำโพงตอนกลางคืน ถึงตอนเช้าจะได้เที่ยวได้เลย

MZT_4379

การได้นั่งรถไฟเที่ยว อาจจะกินเวลานานหน่อย แต่มันเป็นยานพาหนะที่พิเศษ เราจะได้เห็นชีวิตผู้คนที่ต่างออกไป เราได้พูดคุยกันมากขึ้น มองจอสี่เหลี่ยมน้อยลง ได้แลกเปลี่ยนมุมมองการเดินทาง มีเรื่องราวสนุก ๆ ที่อยากจะแชร์ถึงกัน นั่นทำให้เราทั้ง 4 คนสนิทกันได้รวดเร็วขึ้น

ไม่ช้า แสงแรกของวันใหม่ก็แย้มลอดหน้าต่าง เป็นสัญญาณที่เราต้องเตรียมตัวเก็บข้าวของ เพื่อเตรียมตัวลงสู่สถานีรถไฟหนองคาย โดยเราจะนั่งรถสกายแลปแวะกินข้าวแถวตลาด ก่อนจะขึ้นรถตู้ไปบึงกาฬ …

ALP_9548

เป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นชีวิตอีกหลายมุม

MZT_4473

ทันทีที่เรามาถึงบึงกาฬ ก็มีเจ้าถิ่นมารับทันที เป็นรุ่นน้องสมัยมหาลัย เป็นคนบึงกาฬ ทริปนี้เขาจะเป็นคนพาเราทั้ง 4 ไปสัมผัสกับบึงกาฬอย่างเต็มอิ่ม มีเจ้าถิ่นพาเที่ยวแบบนี้ สนุกแน่นอน! โดยเริ่มจากสถานที่แรก …

สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง วัดอาฮงศิลาวาส

MZT_4426

 

แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดโดยไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” มีความกว้างประมาณ 300 เมตร

MZT_4434

นอกจากเดินชมวัดและวิวแม่น้ำโขงที่เห็นไปยังฝั่งลาวแล้ว ที่วัดอาฮงฯ ยังมีสวนหินโบราณให้เราได้เดินถ่ายรูปเล่น สามารถปีนไปยืนในมุมเท่ ๆ ได้แต่ต้องระมัดระวังด้วยนะ และที่สำคัญห้ามขีดเขียนหินโดยเด็ดขาด

MZT_4445

MZT_4459

MZT_4528

MZT_4481

ALP_9636

วันนั้นทั้งวัดมีแค่กลุ่มเรากลุ่มเดียวที่เข้ามาเที่ยว พวกเราถ่ายรูปเล่น วิ่งขึ้นหินกันอย่างสนุกสนาน อารมณ์เดียวกับที่เล่นตอนเด็ก ๆ กับเพื่อน แต่พวกเราไม่ได้เสียงดังนะ ต้องบอกไว้ก่อน เพราะยังไงก็ยังเป็นเขตของวัด ต้องให้เกียรติสถานที่ด้วย แต่สิ่งที่เจ๋งไปกว่านั้นคือการได้ชมพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำโขง แสงวันนั้นสวยมากจริง ๆ ได้รูปสวย ๆ เยอะเลยล่ะ

MZT_4559

MZT_4543

 

MZT_4594

MZT_4574

MZT_4567

MZT_4588

เมื่อสัมผัสความงดงามของพระอาทิตย์ตกกันแล้ว ก็เริ่มหิว เจ้าถิ่นไม่รอช้ารีบพาเราเข้าเมืองไปถนนคนเดิน หาของอร่อยลงท้องซะหน่อย ถนนคนเดินที่นี่ของกินเยอะและคึกคักว่าที่เราคิดมาก เดินกินนู้นนี่ไปเพลิน ๆ ขาช้อปก็คงถูกใจแน่นอน

ถนนคนเดิน บึงกาฬ

MZT_4633

MZT_4635

MZT_4641

MZT_4637

MZT_4650
ข้าวจี่ย่าง ปกติเราไม่ชอบ แค่ที่นี่โดนมาก ม่วนคักกก

เราทั้ง 5 กลับมาพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวสำหรับโปรแกรมในวันต่อไป ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของเรา กับห้องเรียนธรรมชาติแสนยิ่งใหญ่ “ภูสิงห์” ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู โดยมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่ง มีหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ “หินสามวาฬ” อันโด่งดัง

ภูสิงห์ หินสามวาฬ

MZT_4657

MZT_4681

DSCF1025

การมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่หินสามวาฬ คือ 1 ในดรีมลิสต์ของเราเลยนะ เพราะเป็นทิวทัศน์ที่สวยแปลกตา กับหินรูปร่างคล้ายหลังปลาวาฬ 3 ก้อน เปรียบเหมือนปลาวาฬ 3 ตัว ชาวบ้านเขาเรียกหินพ่อ หินแม่และหินลูก ชมวิวเบื้องหน้าเป็นทิวเขาไกลสุดสายตา เบื้องล่างเป็นต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นป่ายาง มองไปทางไหนก็เขียวชื่นฉ่ำตาไปหมด

ALP_9783

MZT_4763

MZT_4808

MZT_4759

DSCF1021

MZT_4728

นอกจากหินสามวาฬแล้ว ที่ภูสิงห์ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง โดยเราตระเวนเที่ยวในโซนทิศใต้ หลังจากพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็มุ่งต่อไปที่จุดชมวิวถ้ำฤาษี ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ชมวิวทิวทัศน์อีกมุมของภูสิงห์

DSCF1078

MZT_4848

MZT_4853

DSCF1064

MZT_4873
หินหัวช้างก็มีนะ

ถัดจากหินหัวช้าง เราก็มุ่งต่อไปกำแพงหินภูสิงห์ หรือชาวบ้านจะเรียกกันว่า “ประตูภูสิงห์” เป็นกำแพงหินขนาดใหญ่มีช่องผ่าตรงกลางคล้ายประตู เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวยมาก

MZT_4919

MZT_4900

มีมุมเท่ ๆ ให้ปีนป่ายไปถ่ายรูปกันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องรู้จักเซฟตัวเอง อันไหนไปไม่ได้อย่าฝืน เอาเท่าที่ปลอดภัย อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อให้ได้รูปสวย ควรสวมรองเท้าที่มีดอกยางและป้องกันการลื่น

MZT_4909

MZT_4929

MZT_4925

ถัดจากประตูภูสิงห์ไป ก็จะเป็น “ส้างร้อยบ่อ” มีลักษณะเป็นลานหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีหลุม มีบ่อเล็ก ๆ นับร้อยตามชื่อ คล้าย ๆ กับสามพันโบก เป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปอีกแห่งที่สวยแปลกตาน่ามาเห็นสักครั้ง

MZT_4939

MZT_4943

ก่อนลงจากภูสิงห์เราก็แวะลานธรรม ไหว้พระเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่

MZT_4959

สำหรับเพื่อน ๆ ถ้าอยากมาเที่ยวที่ภูสิงห์ เราแนะนำให้ขับรถมา ขับมาจอดที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ 154 ภูสิงห์  อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ แล้วไปลงชื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยต้องให้รถโฟร์วีลของทางหน่วยพานำเที่ยวเท่านั้น เสียค่าบริการเพียงท่านละ 100 บาท

แผนที่ แสดงที่ตั้ง : GPS 18.253148, 103.812333

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ที่ : 088-5362717
พักเรื่องธรรมชาติ ขอกลับเข้าเมืองมานั่งชิลล์ที่คาเฟ่คูล ๆ ลิ้มรสเครื่องดื่มเท่ ๆ ก่อนจะไปเที่ยวต่อ

ROO SEUK DEE Cafe & Studio

DSCF1107

รู้สึกดี เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยกล้องฟิล์มและเครื่องใช้เก่า ๆ เนื่องจากเจ้าของร้านนั้นเคยเป็นช่างภาพและห้องติดกันก็คือสตูดิโอถ่ายภาพที่เจ้าตัวนั้นเปิดมาก่อนนั่นเอง

DSCF1112

DSCF1124

DSCF1120
เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ “ชาไทยโกโก้” รสชาติเข้มถึงใจ ไม่ธรรมดา

DSCF1113

และก็มาถึงจุดหมายสุดท้ายของเราในช่วงเย็น นั่นก็คือการไปชมพระอาทิตย์ตกที่วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือวัดภูทอก จุดเด่นของวัดภูทอกก็คือสะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บันไดเวียนไปมารอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น โดยเราต้องเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้น 3 จากนั้นจะเป็นทางเดินวนค่อย ๆ ขึ้นไป …

วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก)

MZT_5005

MZT_4969

MZT_4964

ALP_0019

MZT_4973

MZT_5027

ไฮไลท์สำคัญของวัดภูทอกคือพุทธวิหารที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีลักษณะเป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่แต่ไม่ตกลงมา คล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า มีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร เป็นที่ทำสมาธิและปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน และมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของบันไดเวียนรอบเขา

MZT_5017

MZT_4989

MZT_5044

เราเดินวนขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อหามุมถ่ายพระอาทิตย์ดวงกลมโต พร้อมกับความคิดที่ผุดขึ้นว่า ต้องใช้ความศรัทธามากแค่ไหน กว่าจะสร้างสถานที่แห่งนี้ได้ ทั้งบันไดไม้และทางเดิน ต่างใช้ฝีมือคนทั้งนั้น เพราะบางช่วงก็แอบหวาดเสียวอยู่บ้าง อีกทั้งพุทธวิหาร การที่จะขึ้นมาปฏิบัติธรรมบนนี้ได้นั้น จิตใจต้องแน่วแน่มาก ๆ เพราะทั้งเงียบและสงบมากจริง ๆ แต่ถ้าหากต้องแลกด้วยการมองเห็นวิวสวย ๆ แบบนี้มันก็คุ้มค่าแหละเนอะ

MZT_5030

MZT_5052

แสงสุดท้ายค่อย ๆ ลาลับไป พร้อมกับสองเท้าของเรา ที่ค่อย ๆ ก้าวลงบันได ได้ยินแต่เสียงลม ทั้งลมหายใจที่เหนื่อยหอบ และสายลมที่พัดผ่านซอกหิน เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่พระสงฆ์ถึงได้นึกสร้างที่แห่งนี้ขึ้นมา การมาวัดภูทอกในครั้งนี้เราได้รับความนิ่ง สติ และสมาธิกลับไปนอนกอดเป็นของฝาก เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ได้เที่ยว ซึมซับเรื่องราวต่าง ๆ กับคนที่ชอบสิ่งเดียวกัน แล้วมิตรภาพก็ค่อย ๆ เบ่งบานอยู่ในใจ

ALP_9999

ก่อนเราจะกลับ รุ่นน้องเจ้าถิ่นได้บอกกับเราว่า “หน้าฝนมากันใหม่นะพี่ เดี๋ยวจะพาไปน้ำตกถ้ำพระ บอกเลยว่าโคตรสวย” เรา 4 คนรีบตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิด แล้วพบกันใหม่เมื่อฝนโปรยปราย … “บึงกาฬ”

ชมทีเซอร์ Video

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s